How to estimate Gas Release Amount (Transient or Time-dependent)

ประโยชน์หลักของการเปลี่ยนจากการคำนวณแบบคงที่ (Steady-state) ไปเป็นการคำนวณแบบแปรผันตามเวลา (Transient หรือ Time-dependent Outflow) มีดังนี้:

1. ป้องกันการประเมินความรุนแรงที่เกินจริงและการออกแบบที่เกินความจำเป็น (Avoid Overestimation and Overdesign) การคำนวณแบบ Steady-state มักจะอิงจาก “อัตราการปล่อยสูงสุด ณ วินาทีแรกที่เกิดการรั่วไหล” แล้วสมมติให้ค่านี้คงที่ตลอดกระบวนการ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่อนุรักษ์นิยม (Conservative) มากเกินไป ในความเป็นจริง เมื่อมวลของสารรั่วไหลออกไป ความดันและอุณหภูมิในภาชนะจะลดลง ส่งผลให้อัตราการไหลลดลงตามไปด้วยอย่างต่อเนื่อง การใช้โมเดลแบบ Transient จึงให้ผลลัพธ์ของความเข้มข้นของก๊าซและผลกระทบที่สมจริงกว่า ช่วยลดปัญหาการออกแบบมาตรการบรรเทาเหตุหรือระบบความปลอดภัยที่ใหญ่และสิ้นเปลืองงบประมาณเกินความจำเป็น (Overdesign)

2. ประเมินการเปลี่ยนแปลงของคุณสมบัติทางฟิสิกส์ได้อย่างแม่นยำ (Track Dynamic Physical Properties) การใช้วิธีคำนวณแบบวนลูปตามช่วงเวลา (Numerical approach) ในแบบจำลอง Transient สามารถติดตามการลดลงของปริมาตร ความหนาแน่น และอุณหภูมิที่เกิดจากการขยายตัวของก๊าซ (Expansion) ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถปรับค่าคุณสมบัติทางฟิสิกส์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับความดันและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ซึ่งการคำนวณแบบสมการรวบยอด (Analytical equations) ไม่สามารถทำได้ละเอียดเท่า

3. รองรับความไม่ต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลงสภาวะฉับพลัน (Handling Discontinuities) แบบจำลอง Transient สามารถประเมินความไม่ต่อเนื่องในระบบได้อย่างราบรื่น ตัวอย่างเช่น เมื่อก๊าซหรือของเหลวไหลออกไปเรื่อยๆ จนระดับของเหลวในถังลดลงต่ำกว่าจุดที่เกิดรอยรั่ว (Hole/Pipe connection) ลักษณะการไหลจะเปลี่ยนสภาวะทันที การคำนวณแบบแบ่งช่วงเวลาจะช่วยให้ระบบสามารถจัดการจุดเปลี่ยนผ่านเหล่านี้ได้

4. มีประโยชน์ต่อการวางแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (Emergency Response and Mitigation) เมื่อสามารถประเมินได้ว่าอัตราการไหลลดลงอย่างไรตามเวลา วิศวกรจะสามารถประเมินระยะเวลาที่ก๊าซจะรั่วไหลจนหมด หรือประเมินประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยและการเข้าแทรกแซงของพนักงานได้ (เช่น การประเมินปริมาณก๊าซที่รั่วหากระบบปิดวาล์วฉุกเฉินทำงานที่ 5 นาที หรือ 10 นาทีหลังเกิดเหตุ) ซึ่งการจำลองแบบแบ่งช่วงเวลา (Time segments) จะให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์มากกว่า

Gas Release Calculation (Full Width)

Gas Release Calculation

Input Parameters (SI)

Vessel & Fluid Properties
Leak & Environment Properties
R = 8.314 J/(mol·K), PI = 3.141592653589793
ระบบนี้คำนวณและแสดงผลด้วยหน่วย SI เท่านั้น เพื่อลดความซับซ้อนของการใช้งาน
SI Unit Conversion Guide
ใช้ตารางนี้เป็น “คู่มือแปลงหน่วย → SI” (แอปนี้ให้กรอกค่าเป็น SI เท่านั้น)
ตัวแปร หน่วยที่ต้องกรอก (SI) สูตร/ตัวคูณแปลงหน่วยที่พบบ่อย → SI
Vessel Volume (V) 1 ft³ = 0.0283168466 m³
1 L = 0.001 m³
Pressure (P₀, Pa) Pa (absolute) 1 bar = 100000 Pa
1 kPa = 1000 Pa
1 MPa = 1000000 Pa
1 psi = 6894.757 Pa
Temperature (T₀) K K = °C + 273.15
Hole Diameter (dh) m 1 mm = 0.001 m
1 in = 0.0254 m
Molecular Weight (Wg) kg/mol kg/mol = (g/mol) / 1000
Cv J/(kg·K) 1 kJ/(kg·K) = 1000 J/(kg·K)
1 Btu/(lbm·°R) ≈ 4186.8 J/(kg·K)
Cd, γ Dimensionless ไม่ต้องแปลงหน่วย
Time Step (dt), Closing Time s 1 min = 60 s
ผลลัพธ์: Mass Flow Rate kg/s 1 lb/s = 0.45359237 kg/s
ผลลัพธ์: Total Release Mass kg 1 lb = 0.45359237 kg

Results

Status
-
Initial Mass Flow Rate (kg/s)
-
Total Release Time (s)
-
Final Temperature (K)
-
Total Release Mass @ Closing Time (kg)
-
Pressure vs Time
Temperature vs Time
Mass Flow Rate vs Time
Time (s) Pressure (Pa) Temperature (K) Mass Flow Rate (kg/s)
Summary จะปรากฏที่นี่

Hydrocarbon Gas or Vapor Properties

Discover more from PROcess Safety TASK

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading