Permit To Work (PTW) Audit

การทำ Permit To Work (PTW) Audit หรือการตรวจประเมินระบบใบอนุญาตทำงาน ไม่ใช่แค่การตรวจเอกสารตามระเบียบ แต่เป็นกลไกสำคัญในการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีข้อดีหลักๆ ดังนี้

  • ตรวจสอบความยึดมั่นในมาตรฐาน (Compliance & Consistency)
  • ค้นพบอันตรายที่ถูกมองข้าม (Identification of Gaps)
  • พัฒนาทักษะและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture)
  • ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงระบบ (Continuous Improvement)
  • การคุ้มครองทางกฎหมาย (Legal Protection)

แต่โดยปกติเราจะพบปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับ PTW system ดังนี้

ปัญหาด้านการจัดการเอกสารแนบและการประเมินความเสี่ยง (Documentation & Risk Review)

  • Finding:เอกสารแนบไม่เพียงพอสำหรับการทบทวนความเสี่ยงของ PTW เช่น พบงานขุดเจาะ (Excavation) แต่ไม่มีการแนบแบบแปลนใต้ดินมาให้ตรวจสอบซึ่งอาจจะส่งผลกระทบรุนแรงถ้าเกิดขุดเจาะไปแล้วเจอระบบท่อใต้ดิน หรือการวางสมอเรือ (Anchoring) แต่ไม่มีการแบบ Anchor Pattern ซึ่งอาจส่งผลให้สมอเรือเกี่ยวกับ Riser ของแท่นขุดเจาะ
    • Recommendation: ในการประชุม PTW ต้องทบทวนเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ ให้ครบถ้วน (เช่น แบบแปลนใต้ดิน) ต้องมันใจว่าเอกสารนั้น Up-To-date และให้ตัวแทนหน้างานดำเนินการตรวจสอบแนวสายไฟหรือท่อใต้ดินให้แน่ชัดก่อนเริ่มงาน
  • Finding: การใช้แบบแปลนที่ไม่มีการทำ Redline marked up หรือที่ไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่ถูกต้อง ไปใช้ประกอบการขอ PTW ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุจากการสื่อสารหรือการอ้างอิงที่ผิดพลาด (การไม่เห็น Reline marked up แนบกับ PTW สามารถใช้เป็น Weak signal ได้)
    • Recommendation: จัดทำแบบสำรวจแบบแปลน เช่น P&IDs แบบ Redline ให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ และต้องมั่นใจว่ามีการเก็บสำเนาแบบแปลนฉบับล่าสุดไว้ที่หน้างานเพื่อให้สามารถอ้างอิงได้อย่างถูกต้อง

ปัญหาด้านการลงนาม การต่ออายุ และการปิดใบอนุญาต (Sign-off, Extension sign-off & Closure)

  • Finding:ไม่พบหลักฐานการลงนามอนุมัติเมื่อมีการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตใหม่ (Resubmit PTW) ในระบบ โดยเราต้องตรวจดูเวลา Validate Duration & Date ในการขอ Work Permit ว่าหมดอายุเมื่อไร (โดยเฉพาะงานที่มีระยะเวลาการทำงานที่นาน ต้องทำกันหลายช่วง ต้องดูเรื่อง Shift Change-Over ควบคู่ไปด้วย)
    • Recommendation: ต้องมีการเพิ่มการลงนามอนุมัติในเอกสาร PTW ทุกครั้งที่มีการยื่นเอกสารเพื่อขอทำงานใหม่หรือต่ออายุ
  • Finding:ไม่พบการทำรายการตรวจสอบ (Checklist) ก่อนที่จะดำเนินการปิดใบอนุญาต (PTW Closure)
    • Recommendation: ควรสื่อสารและกำชับให้ผู้อนุมัติ PTW (PTW Authorizer) ตรวจสอบและกรอกข้อมูลใน Checklist ให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนทำการปิดใบ PTW เสมอ

ปัญหาด้านกระบวนการตัดแยกพลังงาน (Isolation Control)

  • Finding: มีการทำการตัดแยกระบบระยะยาว (Long-term isolation) แต่ขาดกระบวนการทบทวนตามที่ระบุใน PTW Procedure ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการขาดการตรวจสอบ ยกตัวอย่าง ระบบหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานและถูกตัดแยกไว้ แต่เกิดเหตุสารรั่วไหล (LOPC) จากการทำ LTI ที่ขาดการบำรุงรักษาจากการกัดกร่อนหรือเสื่อมสภาพของปะเก็น
    • Recommendation: ต้องทบทวนการทำ Long-term isolation ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบทะเบียนการตัดแยกรายเดือน และการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจุดตัดแยกจริงรายไตรมาสเพื่อยืนยันความปลอดภัย
  • Finding:ไม่มีการทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ลงบนเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น การระบุจุดตัดแยกลงใน P&ID หรือใบรายการวาล์ว เช่น Lock Close หรือ Lock Open ในระหว่างการทำ Process/Mechanical/Instrument Isolation รวมถึงผู้ปฏิบัติงานยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการตัดแยกที่ถูกต้อง
    • Recommendation: จัดอบรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ PTW, LOTO และ Long-term isolation ให้แก่ทีมงาน โดยต้องบังคับใช้ให้แต่ละจุดที่ทำการตัดแยกมีการทำเครื่องหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเอกสารรายการวาล์ว/สเปด (Valve/Spade Isolation List), แบบแปลนแสดงตำแหน่ง และการติดป้าย Tag ณ จุดตัดแยกจริงที่หน้างาน

ปัญหาด้านความหละหลวมของระบบ PTW ในภาพรวม (System Ineffectiveness)

  • Finding: พบความไร้ประสิทธิภาพในการนำระบบ PTW ไปใช้งานหลายประการ เช่น การใช้ใบอนุญาตเดียวครอบคลุมงานหลายประเภท, งานบางประเภท (เช่น งานรังสี) ไม่ถูกครอบคลุมด้วย PTW, ไม่มีระบบลงทะเบียนและติดตามสถานะ PTW, รวมถึงกระบวนการ PTW Audit ขาดความน่าเชื่อถือเนื่องจากผู้ตรวจประเมินคือคนเดียวกับผู้อนุมัติงาน
    • Recommendation: ทบทวนขั้นตอนการทำ PTW ใหม่ทั้งหมด, จัดอบรมระบบ PTW ซ้ำอีกครั้ง, ให้ทีมความปลอดภัย (SSHE) เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการมากขึ้น (เช่น เป็นผู้ตรวจสอบ PTW Audit และ PTW Register) รวมถึงพิจารณาจัดทำใบอนุญาตเสริม (Complementary PTW) ควบคู่สำหรับงานเฉพาะทาง เช่น งานรังสี เป็นต้น โดยทาง OSHA หรือ ISO 45001 มักจะแบ่งประเภทตามความเสี่ยงของลักษณะงาน เช่น
      • Hot Work Permit (ใบอนุญาตทำงานที่ทำให้เกิดความร้อนและประกายไฟ) เช่น การเชื่อมโลหะ (Welding), การตัดเหล็ก (Cutting), การเจียร (Grinding)
      • Cold Work Permit (ใบอนุญาตทำงานทั่วไป/งานที่ไม่ก่อให้เกิดความร้อน) เช่น การทาสี, การถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องจักร (ที่ไม่มีไฟ), งานทำความสะอาด
      • Confined Space Entry Permit (ใบอนุญาตทำงานในที่อับอากาศ) เช่น การลงไปในถังไซโล (Silo), บ่อบำบัดน้ำเสีย, ถังเก็บสารเคมี, หรืออุโมงค์ใต้ดิน
      • Work at Height Permit (ใบอนุญาตทำงานบนที่สูง) เช่น การขึ้นไปบนนั่งร้าน, การซ่อมหลังคา, การใช้รถกระเช้า
      • Excavation Permit (ใบอนุญาตงานขุดเจาะ) เช่น การขุดร่องวางสายไฟ, การวางท่อระบายน้ำ
      • Electrical Work Permit / Isolation (ใบอนุญาตทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า) เช่น การเดินสายไฟใหม่ การเข้าสายมอเตอร์ การซ่อมบำรุงเครื่องจักร
      • Radiography Work Permit (ใบอนุญาตทำงานเกี่ยวกับรังสี) เช่น การตรวจสอบรอยเชื่อมด้วยเอกซเรย์ (X-Ray Testing)
  • Finding: พบการดำเนินงานความร้อนที่มีเปลวไฟ (Naked Flame Hot Work – NFHW) ในพื้นที่ไม่อันตราย (Non-hazardous area) โดยไม่ได้รับการอนุมัติจาก Area Authority ซึ่งถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกระบวนการ PTW
    • Recommendation: บังคับใช้และอัปเดตกระบวนการ PTW ให้ชัดเจนเกี่ยวกับการขออนุมัติจาก Area Authority เสมอสำหรับงาน NFHW ไม่ว่าจะทำในพื้นที่อันตรายหรือไม่ก็ตาม