การหาค่าระดับความปลอดภัย หรือ SIL Classification ด้วยวิธีกราฟความเสี่ยง Risk Graph นั้นเป็นวิธีเชิงคุณภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบมาตราฐานสากล IEC 60508 Part 5 Annex E
ซึ่งประโยชน์ที่เห็นได้ชั้นเจนของ วิธีกราฟความเสี่ยง Risk Graph คือเหมาะที่จะนำมาใช้ในการประเมินเบื้องต้นหรือสแกนหาระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูงๆจริงๆ นั้นคือถ้าเป็นกรณีที่ต้องประเมินระบบความปลอดภัย safety function จำนวนมากๆ เราอาจเริ่มด้วยการประเมินด้วยวิธีกราฟความเสี่ยง Risk Graph ก่อนที่จะประเมินด้วยวิธี วิเคราะห์ชั้นความปลอดภัย Layer of Protection Analysis หรือ LOPA
วิธีกราฟความเสี่ยงหรือ Risk Graph เป็นวิธีการหาค่าระดับความปลอดภัยอย่างง่าย ซึ่งต้องอาศัยความรู้ในความเสี่ยงของระบบที่กำลังศึกษาอยู่ โดยอาศัยการดูกราฟที่เป็นลักษณะคล้ายต้นไม้ ดังรูปต่อไป

การหาค่าระดับความปลอดภัย หรือการประเมินความเสี่ยงโดยทั่วไปแล้วจะประเมินอยู่ 4 ด้านประกอบด้วย 1) ด้านที่เกี่ยวกับคน 2) ด้านที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 3) ด้านที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย พวกค่าเครื่องจักร ค่าเสียผลประโยชน์จากการหยุดการผลิต และ4) ด้านที่เกี่ยวกับสังคม
โดยที่ความหมายของแต่ละตัวแปรคือ
- C คือ ค่าตัวแปรที่บอกความรุนแรง Consequence Factor
- F คือ ค่าตัวแปรที่บอกความเป็นไปได้ที่จะสัมผัสความอันตราย Exposure time Factor
- P คือ ค่าความเป็นไปได้ที่จะไม่โดนอันตราย Probability of avoiding the hazard
- W คือ ค่าความถี่ที่อันตรายจะเกิด Demand Rate โดยไม่พิจารณาถึงการมีอยู่ของตัวลดหรือควบคุมความอันตราย

จากรูปเป็นตัวอย่าง ถังที่เก็บสาร Hexane ซึ่งเป็นสารไฮโดรคาร์บอนประเภทหนึ่งที่ติดไฟได้ โดยในขณะนี้มีแต่ระบบควบคุมปกติทั่วไป Basic Process Control System หรือ BPCS โดยในการควบคุมระดับของสาร ได้ใช้วาล์วควบคุมที่ต่อเชื่อมระบบกับระดับของเหลวที่อยู่ภายใน ซึ่งมีวาล์วระบายความดัน Pressure Safety Valve หรือ PSV ที่มีการติดตั้งไว้เพื่อป้องกันการเกิดความดันที่มากเกินไป
โดยในการหาค่าระดับความปลอดภัย นั้นจะเริ่มจากการพิจารณาเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เป็นไปได้ ซึ่งในกรณีนี้การที่ชุดวาล์วควบคุมระดับเกิดการเสียหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ เช่น ก้านวาล์วค้าง ตัวอ่านให้ค่าผิดจากความเป็นจริง หรืออื่นๆ ส่งผลทำให้สาร Hexane เข้ามาในถังมากเกินไปจนส่งผลให้ไม่มีความสามารถในการรักษาความดันไว้ได้ จนมีโอกาสที่ถังเกิดแตก (ไม่พิจารณาการมีอยู่ของ PSV)
จากกรณีดังกล่าว อาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งคนได้ (C3) แต่บริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่ไม่ได้มีคนทำงานอยู่ประจำ (F1) ส่วนโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวหมายถึง เหตุการณ์ที่ชุดวาล์วควบคุมเกิดการเสียหายนั้นไม่เคยเกิดเลยตั้งแต่สร้างโรงงานมา หรือเกิดขึ้นต่ำมากในโรงงานที่มีลักษณะคล้ายกัน (W1)

จะเห็นได้ว่า จากตัวอย่างข้างต้น ระดับความปลอดภัยที่ต้องมีเพิ่มเข้ามาเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบนี้ หรือ SIL Target คือ SIL 2